งานที่ทำส่งอาจารย์

posted on 13 Feb 2008 16:14 by arucaz

 

 

edit @ 14 Feb 2008 13:45:15 by sathaporn

edit @ 14 Feb 2008 13:46:34 by sathaporn

Attached Image

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

Attached Image

 

 

 Attached Image

 

 

 

หลักการตลาดแบบกวนๆๆๆๆ

1. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า "ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!" - นี่คือ Direct Marketing

2. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพรรคพวกของคุณและพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เพื่อนของคุณคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอชี้มาที่คุณแล้วพูดว่า "เขารวยมากแต่งงานกับเขาเถอะ!" - นี่คือการโฆษณา 

3. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและขอเบอร์โทร วันรุ่งขึ้นคุณจึงโทรไปหาและพูดว่า "สวัสดีครับ ผมรวยมาก แต่งงานกันผมเถอะ" - นี่คือ Telemarketing 

4. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง คุณยืนขึ้นจัดเนคไทให้เรียบร้อย เดินเข้าไปหาเธอ เลี้ยงเครื่องดื่มเธอ คุณเปิดประตู(รถยนต์) ให้เธอ ถือกระเป๋าให้เธอจนเธอนั่งเรียบร้อย ช่วยขับรถให้เธอแล้วพูดว่า "ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมไหม?" - นี่คือพีอาร์ 

5. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาคุณและพูดว่า "คุณรวยมาก! แต่งงานกับฉันไหม?" - นี่คือ Brand Recognition 

 6. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า "ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!" เธอตบหน้าคุณอย่างแรง - นี่คือ Customer Feedback

7. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า "ผมรวยมากแต่งงานกับผมเถอะ!" แล้วเธอก็แนะนำให้คุณรู้จักกับสามีของเธอ - นี่คือช่องว่างระหว่าง demand และ supply

 8. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดอะไร ก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาและพูดกับเธอว่า "ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมไหม?" แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายคนนั้น - นี่คือการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด 

9. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดว่า "ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!" ภรรยาของคุณก็มาถึง - นี่คือข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดใหม่





 

edit @ 13 Feb 2008 20:44:07 by sathaporn

    การขับรถที่ถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานและช่วยประหยัดน้ำมัน 
    การขับรถเพื่อให้ได้ระยะทางที่เพิ่มมากขึ้นต่อน้ำมันหนึ่งลิตร เป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายทั้งยังเป็นผลทำให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ยาวนานยิ่งขึ้น เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย่ทั้งค่าซ่อม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยการปฏิบัติคตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้
  • เติมลมยางให้มีความดันถูกต้องเสมอโดยการตรวจเช็คความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง ลมยางอ่อนเกินไป จะกินยางและสิ้นเปลืองเฃื้อเพลิง
  • อย่านำของที่ไม่จำเป็นไปกับรถ น้ำหนักที่บรรทุกไปโดยไม่จำเป็นจะกินกำลังเครื่องยนต์และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องนาน ทันทีที่เครื่องเดินเรียบก็ค่อยๆออกรถได้
  • เร่งเครื่องอย่างช้าๆและนุ่มนวล อย่าเร่งออกรุนแรง และเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นโดยเร็ว
  • อย่าติดเครื่องเดินเบานานๆ เมื่อต้องรอคอยนานๆ หรือไม่ได้ขับขี่อยู่ควรดับเครื่องแล้วค่อยๆสตาร์ทใหม่ทีหลัง
  • หลีกเลี่ยงการลากเกียร์และเร่งเครื่องจนรอบจัดเกินไปใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับช่วงความเร็ว และ สภาพถนน
  • อย่าหยุดหรือเบรคโดยไม่จำเป็น กะช่วงเวลาและสัญญาณไฟจราจรให้ดี รักษาระยะจากคนอื่นให้พอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตู และ การเบรคหยุดโดยไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นติดขัด
  • อย่าวางพักเท้าบนแป้นเหยียบคลัชท์หรือเบรคซึ่งจะก่อให้เกิดความสึกหรอที่ไม่จำเป็นและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • รักษาความเร็วบนทางหลวงให้พอเหมาะ ยิ่งขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากๆ ยิ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • ล้างฝุ่นและโคลนใต้ท้องรถออกให้หมด นอกจากจะเป็นการช่วยลดน้ำหนักยังป้องกันสนิมด้วย
  • ระมัดระวังศูนย์ล้อให้ถูกต้องเสมอ ระวังอย่าให้ชน หรือกระทบกระแทกจนศูนย์ล้อหน้าเสีย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลให้ยางสึกหรอผิดปกติแล้ว ยังเพิ่มภาระให้กับเครื่องยนต์ ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วย
  • หมั่นปรับตั้งเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ จะทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ดีอยู่เสมอ ก็จะไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

 

บทความเรื่องก๊าซธรรมชาติ 

1. ก๊าซธรรมชาติคืออะไร

            ก๊าซธรรมชาติ คือ ส่วนผสมของก๊าซไฮโดรคาร์บอน และสิ่งเจือปนต่างๆในสภาวะก๊าซ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่พบ
ในธรรมชาติได้แก่ มีเทน อีเทน โพรเพน บิวเทน เพนเทน เป็นต้น สิ่งเจือปนอื่นๆที่พบในก๊าซธรรมชาติ ได้แก่คาร์บอนไดออกไซด์
์ไฮโดรเจนไดซัลไฟด์ เป็นต้น

            ก๊าซธรรมชาติเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ ไฮโดรเจน (H) กับ คาร์บอน (C) รวมตัวกันใน
สัดส่วนของอะตอมที่ต่างๆกัน โดยเริ่มตั้งแต่สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอันดับแรกที่มีคาร์บอนเพียง 1 อะตอม กับ ไฮโดรเจน 4 อะตอม มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า  "ก๊าซมีเทน" จนกระทั่งมีคาร์บอนเพิ่มมากขึ้นถึง 8 อะตอม กับไฮโดรเจน 18 อะตอม มีชื่อเรียกว่า "อ๊อกเทน"

2. การเกิดก๊าซธรรมชาติ

            ก๊าซธรรมชาติเกิดจาก การสะสมและทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ สะสมเป็นเวลานาน จนเกิดการรวมตัวกันเป็น
ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย สารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่างๆ ได้แก่ มีเทน อีเทน โพรเพน เพนเทน เฮกเซน เฮปเซน และ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอื่นๆอีก นอกจากนี้มีสิ่งเจือปนอื่นๆอีก เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ฮีเลียม ไนโตรเจนและไอน้ำ เป็นต้น

            ก๊าซธรรมชาติที่ได้จากแหล่งอาจประกอบด้วยก๊าซมีเทนล้วนๆ หรืออาจจะมีก๊าซไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นๆปนอยู่บ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติแต่ละแห่งเป็นสำคัญ แต่โดยทั่วไปแล้ว ก๊าซธรรมชาติจะประกอบด้วย
ก๊าซมีเทนตั้งแต่ 70 เปอร์เซนต์ขึ้นไป และมีก๊าซไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นปนอยู่บ้าง ก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยมีเทนเกือบ
ทั้งหมด เรียกว่า  " ก๊าซแห้ง (dry gas)" แต่ถ้าก๊าซธรรมชาติใดมีพวกโพรเพน บิวเทน และพวกไฮโดรคาร์บอนเหลวหรือ
ก๊าซโซลีนธรรมชาติ เช่น เพนเทน เฮกเทน ฯลฯ ปนอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง เรียกก๊าซธรรมชาตินี้ว่า "ก๊าซชื้น (wet gas)"

              ก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยมีเทนหรืออีเทนหรือที่เรียกว่าก๊าซแห้งนั้นจะมีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหภูมิและความดัน
บรรยากาศ ดังนั้น การขนส่งจึงจำเป็นต้องวางท่อส่งก๊าซ ส่วนก๊าซชื้นที่มีโพรเพนและบิวเทน ซึ่งทั่วไปมีปนอยู่ประมาณ 4 – 8 เปอร์เซ็นต์ จะมีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหภูมิและความดันบรรยากาศเช่นกัน เราสามารถแยกโพรเพนและบิวเทนออกจาก
ก๊าซธรรมชาติได้แล้วบรรจุลงในถังก๊าซ เรียกก๊าซนี้ว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ LPG(Liquefied Petroleum Gas) ส่วนก๊าซธรรมชาติเหลวหรือก๊าซโซลีนธรรมชาติ ซึ่งเรียกกันว่า "คอนเดนเซท" (Condensate) คือ พวกไฮโดรคาร์บอนเหลว ได้แก่ เพนเทน เฮกเซน เฮปเทน และอ๊อกเทน ซึ่งมีสภาพเป็นของเหลวเมื่อผลิตขึ้นมาถึงปากบ่อบนแท่นผลิตสามารถแยกออกจาก
ก๊าซธรรมชาติได้บนแท่นผลิต การขนส่งอาจลำเลียงทางเรือหรือส่งไปตามท่อได้

3. พัฒนาการของก๊าซธรรมชาติ

               ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ เนื่องจากมีการใช้พลังงานน้อย และมีน้ำมันดิบอยู่เหลือเฟือเกินความ
ต้องการ แต่ในปัจจุบันนี้ ก๊าซธรรมชาติถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำมันมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากน้ำมันเหลือน้อยลงนั่นเอง และราคาน้ำมัน
ของโลกก็สูงขึ้นประกอบกับก๊าซธรรมชาติจัดเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด ดังนั้นด้วยเหตุนี้จึงได้มีการพัฒนาในการนำก๊าซธรรมชาติ
ิมาใช้เป็นพลังงานทดแทนมากขึ้น ในขณะนี้ประเทศไทยได้ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงแล้ว โดยได้ทดลองใช้กับรถประจำทาง
ของขนส่งมวลชนและรถแท๊กซี่จำนวนหนึ่ง ซึ่งต่อไปจะพัฒนาระบบและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสถานีบริการที่รองรับ
สำหรับผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติ และทางภาคอุตสาหกรรมได้นำก๊าซธรรมชาติไปใช้ทดแทนน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลวแล้ว ซึ่งในอนาคตก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ทั้งนี้เนื่องจากราคาของน้ำมัน
และก๊าซปิโตรเลียมเหลวจะสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเทียบกับราคาก๊าซธรรมชาติ จึงนับว่าก๊าซธรรมชาติเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งและควร
จะสนับสนุน และอีกประการหนึ่งเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันได้อีกด้วย

โทษของบุหรี่

  สารประกอบในบุหรี่

บุหรี่มีสารประกอบต่างๆ อยู่ประมาณ 4000 ชนิด มีสารก่อมะเร็งไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด ซึ่งสารบางชนิดเป็นอันตรายที่สำคัญ คือ

นิโคติน
กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการหลั่งอิพิเนฟริน ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจ เต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือด (ก้นกรองไม่ได้ทำให้ ปริมาณนิโคตินลดลงได้)

ทาร์ หรือน้ำมันดิน
สารก่อมะเร็ง เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม. หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมันดิน จะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ

คาร์บอนมอนอกไซด์
ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ เกิดการขาดออกซิเจน ทำให้ มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

ไฮโดรเจนไซยาไนด์
ก๊าซพิษ ทำลายเยื่อบุผิวหลอดลมส่วนต้น ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นประจำโดยเฉพาะตอน เช้า

ไนโตรเจนไดออกไซด์
ก๊าซพิษทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลาย และถุงลม ทำให้ผนังถุงลมบางโป่งพอง ถุงลมเล็กๆ หลายอันแตก รวมกันเป็นถุงลมใหญ่ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง

แอมโมเนีย
มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ ไอมีเสมหะมาก

สารกัมมันตรังสี ์
ควันบุหรี่มีสารโพโลเนียม 210 ที่มีรังสีอัลฟาอยู่ เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด

 

 

 

 

บทความน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ

 10 ผลไม้ไทยมีสารต้านมะเร็ง

     กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย “องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้ ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต

การออกกำลังกายที่ถูกต้องและได้ผลดี

เรื่องของการออกกำลังกาย  เป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึงอยู่เสมอ   ในปัจจุบันได้มีการรณรงค์ให้คนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น   แต่คนที่จะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั้นมีไม่มากนัก   สิ่งที่สำคัญของการออกกำลังกายนั้น    คือต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน  เพราะ  สุขภาพดีไม่มีวางขาย   ดังนั้นเราควรรู้หลักในการออกกำลังกายให้ถูกวิธี   โดยต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน  อาจจะเริ่มจากวันละนิดละหน่อยและค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ   แต่การที่คิดจะเริ่มต้นนี่ล่ะ …  เป็นเรื่องยาก  และหลายๆ ท่านมักพูดเสมอว่า    " ไม่มีเวลา "   1 วัน ตั้ง 24 ชั่วโมง  ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้ซัก 30 นาทีเป็นอย่างน้อย       อาจจะวันเว้นวันก่อนและเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้แล้ว   จึงค่อยๆ เพิ่มวันและเวลาให้มากขึ้น  สิ่งที่สำคัญคือ… อย่าใจร้อนกับการออกกำลังกาย     ควรค่อยเป็นค่อยไปก่อน  เพราะการรีบร้อนมักจะทำให้ได้รับการบาดเจ็บ หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้  
   
การออกกำลังกายจำเป็นต้องใช้บริการเฉพาะในสถานออกกำลังกายหรูๆ หรือไม่ ?  บอกได้เลยว่าไม่จำเป็น   เพราะการเดินหรือวิ่งตามพื้นที่ว่างหรือสวนสาธารณะก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงได้เหมือนกัน   แต่ที่ปัจจุบันที่คนนิยมเข้า Fitness  กันมากขึ้นเพราะศูนย์  Fitness    มีความสะดวกสบายและมีอุปกรณ์ครบครันทันสมัย   สามารถออกกำลังกล้ามเนื้อได้ทุกส่วนของร่างกาย  และจากประสบการณ์ที่ทำงานกับ   Fitness มานานทำให้ทราบว่า … มีคนจำนวนมากหลงกับกลยุทธ์การขายของ  Fitness  เช่น  การสร้างกระแสความนิยม  ความหรูหราของสถานที่ เวลาไปใช้บริการแล้วกลับผิดหวังเพราะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้หรือบางรายก็สมัครเป็นสมาชิกแล้วไม่เคยไปใช้บริการเลยก็มี   ดังนั้นถ้าคิดจะออกกำลังกายควรมีเป้าหมายที่แน่นอน        และมองหา สถานที่ที่มีอุปกรณ์ครบครัน  สะดวกต่อการเดินทาง   ฝากไว้ว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ทุกท่านมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

ออกกำลังอย่างไรให้ได้ผล

1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และมีความมุ่งมั่น
2. ควรแบ่งเวลาให้เพียงพอและสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย
3. ความสะดวกสบายในการเดินทาง (ไม่ทำให้เสียเวลาไปมาก)
4. อุปกรณ์ครบถ้วนตามความต้องการของตัวท่าน
5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพวกไขมัน หรือ อาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
6. ถ้าต้องการลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วน  ควรเลือกสถานที่ออกกำลังกายให้ห่างไกล จากศูนย์การค้า เนื่องจากเมื่อออกกำลังกายแล้วอาจทานมากกว่าเดิม เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วควรกลับบ้านทันที
7. ต้องมีวินัยในตนเองอย่างมาก
8. ควรได้รับการแนะนำที่ถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญ  เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายและปลอดภัย
9. การออกกำลังกายที่ได้ผลจะช่วยสร้างกำลังใจ  และเป็นสุขนิสัยที่ดี

edit @ 13 Feb 2008 16:07:44 by sathaporn

พลังงานและไขมันในอาหารชนิดต่าง ๆ

ดูไว้เพื่อช่วยให้เพื่อนๆๆมีสุขภาพที่ดี

พลังงานและไขมัน

ชนิดอาหาร น้ำหนัก(กรัม) พลังงาน(กิโลแคลอรี่) ไขมัน(กรัม)
ข้าวยำปักษ์ใต้ 189 248 6.5
ข้าวขาหมู 289 438 16.4
ข้าวแกงเขียวหวานไก่ 318 483 16.3
ข้าวหมกไก่ 316 534 13.4
ข้าวหมูแดง 320 540 18.0
ข้าวผัดใบกระเพราไก่ 293 554 21.2
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 315 557 26.6
ข้าวราดหน้าหน่อไม้ผัด 720 462 5
ข้าวแกงมัสมั่นเนื้อ 374 477 9
ข้าวหมูทอด 404 587 14
ข้าวแกงไตปลา+หมูทอด 229 380 15
ข้าวไข่พะโล้ 316 577 20
ข้าวมันไก่ 300 596 24.7
ข้าวคลุกกะปิ 296 614 24.3
โจ๊กหมู 415 253 12
โจ๊กไก่ 415 231 10

อาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว เส้น

ชนิดอาหาร

น้ำหนักต่อจาน(กรัม)

พลังงาน(กิโลแคลอรี่) ไขมัน(กรัม)
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้ากุ้ง 354 292 9.4
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เย็นตาโฟน้ำ 494 352 13.2
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าไก่ 354 385 20.2
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าหมู 354 397 19.1
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ 381 417 15.3
ก๋วยเตี๋ยวแกง 350 454 26.0
ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งหมู 235 530 28.6
ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยไส่ไข่ 244 577 30.0
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมูใส่ไข่ 350 679 34.0
ก๋วยเตี๋ยวหลอด 216 266 9
ก๋วยจั๊บน้ำใส 347 259 10
ก๋วยจั๊บน้ำข้น 346 279 13
เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อวัว 447 226 4.0
เส้นหมี่ลูกชิ้นน้ำ 380 256 7
เส้นหมี่เนื้อสดน้ำ 404 256 7
เส้นหมี่เนื้อเปื่อยน้ำ 374 298 8
เส้นหมี่เนื้อสด เนื้อเปื่อยน้ำ 374 289 10
เส้นใหญ่หมูน้ำ 390 278 12
เส้นเล็กหมูแห้ง 265 488 22


อาหาร น้ำหนักต่อจาน(กรัม) พลังงาน(กิโลแคลอรี่) ไขมัน(กรัม)
พิซซ่ารวมมิตร ขนาดกลาง4 คน 373 876 48
พิซซ่าทะเล 347 781 37
แซนด์วิซไก่ 122 287 15
แซนด์วิซแฮม 108 235 11
แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ 150 385 21
แฮมเบอร์เกอร์ไก่ 147 450 26
แฮมเบอร์เกอร์ปลา 147 419 23
ฮอทดอก 149 398 22
คอนเน่ดอก 127 293 13
มันทอด 94 314 18

 

 

20 วิธีการรักษาสุขภาพ

1. การเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณได้งีบทุกวัน วันละ 15 นาที Dr.Bill Anthony
of Boston University กล่าวว่า การงีบจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพและสมาธิในการทำงาน

2. ทานกล้วยวันละ 2 ใบ ลดความเสี่ยงในการเกิด stroke ลงได้ 20% (stroke
คือ อาการขาดเลือดเลี้ยงสมองหรือหัวใจอย่างเฉียบพลันเพราะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน)


3. ทาน chocolate 3 ชิ้นต่อเดือน อายุยืนขึ้น 1 ปี เพราะ chocolate
แสดงออกถึงประสิทธิภาพในการลด LDL Cholesteral

4. กวาดใบไม้ที่บ้านด้วยตัวคุณเอง เผาผลาญพลังงานไป 420 kj ทุกๆ 20 นาที
นั่นเท่ากับการออกวิ่ง 1500 m


5. ล้างจานด้วยมือแทนที่จะเป็นเครื่องล้างจานเผาผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้น
เฉลี่ย 395 kilojoules /วัน หรือเท่ากับ 4.5 kg ตลอดระยะเวลา 1 ปี

6. เปลี่ยนไส้แซนวิชของคุณ จาก ham มาเป็น tuna อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ 25%


7. จูบลาแฟนคุณทุกเช้า และทักเธอทันทีเมื่อถึงบ้าน
ทำชีวิตสมรสคุณให้ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ Dr.Dave M. Davis, Director of
the Piedmont Psychiatric Clinic in Atlanta in U.S. กล่าวว่า
ผมเห็นคนไข้หลายคนที่มีความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลา
สั้นๆ หลังจากที่ได้ทำตามคำแนะนำง่ายๆ นี้

8. ลดการทำงานลงวันละ 1 ชั่วโมง ชะลอการตายของคุณออกไป
จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่าผู้ชายที่ทำงานมากกว่า 11 ชั่วโมงต่อวัน
มีโอกาสหัวใจวายมากกว่าคนปกติที่ทำงานถึง 9 ถึง 11 ชั่วโมงต่อวัน ถึง 2.5 เท่า


9. เดินไปส่งเอกสารให้เพื่อนร่วมงาน แทนการส่ง e-mail ลดน้ำหนักลงได้ 0.5 kg ต่อปี

10. เริ่มเก็บเงินวันละ 100 บาท เพื่อใช้ตอนที่คุณเลิกทำงาน เมื่อผ่านไป 20 ปี
คุณจะมีเงินเก็บทั้งสิ้น 3,740,000 บาท (สมมติได้ผลตอบแทน 15 % ต่อปี)


11. ดื่ม wine แดงที่มาจาก Chile แทนที่จะเป็นฝรั่งเศส
ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง - Chilean Cabernet และ Sauvignon
มีสารที่มีประโยชน์ เช่น flavomoids, antioxidants
(ลดการเกิดมะเร็งโดยการลดอนุมูลอิสระ) มากกว่าใน wine ของฝรั่งเศสถึง 38%
รักษาไข้ให้หายเร็วที่สุด ตัดโอกาสที่คุณจะป่วยไข้ลงมากถึง 90%

12. หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก ให้ทานวิตามิน C ลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดลง 50%


13. ทานอาหารเช้าทุกวัน ลดน้ำหนักได้ทันที Franca Alphin จาก Duke
University Diet and Fitness Centre in the US กล่าวว่า
ทั่วไปแล้วผู้ชายที่เว้นทานอาหารเช้าจะทานอาหารมากกว่านั้นในช่วงต่อมา
และมักจะเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันและ kilojules

14. ดื่มน้ำเย็นวันละ 4.5 ลิตร ทุกวัน ลดน้ำหนักลงได้ 0.5 kg. ทุกๆ 4
สัปดาห์ทั้งนี้ เนื่องจากร่างกายของคุณจะใช้พลังงาน 516 kilojules
ในการทำให้น้ำดื่มอุณหภูมิเป็น 22.7c เมื่อคุณดื่มเข้าไป


15. เหยียดขา (hamstring) ของคุณออกไปเต็มที่ค้าไว้ 30 วินาที วันละ 5 ครั้ง
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงความสามารถในการยืดหยุ่นของคุณอีก 37%


16. บ้วนปากทันทีทุกครั้ง หลังทานอาหาร ลด bacteria ในช่องปากลงได้ 30%
และที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุ

17. ทาน apple วันละ 2 ลูก ลด 4.5 kg ได้ภายใน 1 ปี เส้นใยอาหารใน apple
ช่วยในการลดน้ำหนัก ด้วยการช่วยขัดขวางการย่อยไขมันและโปรตีนในร่างกาย


18. ทำความสะอาดอ่างล้างจานของคุณทุกๆ 2 วัน กำจัด E.coli และ samonella
bacteria จากสถานที่ที่มันชอบซ่อนตัวอยู่เป็นประจำ

19. เปลี่ยนแปลงจากเนยมาทาน low fat magerine แทนการลดปริมาณ cholesteral
(LDL cholesteral เป็นชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย) ที่ร่างกายคุณจะได้รับ


20. ดื่มเบียร์ประเภท stout แทนการดื่มประเภท soft drink เมื่อคุณทาน
berger ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง เบียร์จะเป็นตัวป้องกันคุณจาก carcinogens
ที่มีอยู่ในเนื้อย่างสุก Good luck & Good Health !!!

edit @ 13 Feb 2008 21:29:25 by sathaporn